อยู่ยังไงให้รอด ถ้าใครๆ ก็ขาย?

Premium ID : @ITDIX

สาย Tech คงอดใจไม่ไหว พอมีอะไรใหม่ๆ มาก็ต้องรีบอัพเดท คุณธนดล พิทยานุวัฒน์ หรือคุณจ๊อบ ผู้ก่อต้อง IT Dix และ Fin Gadget ก็เป็นอีกคนที่ติดตามเทรนด์ Gadget ล่าสุด

แต่ไม่ได้รู้แค่เทรนด์นะ ยังรู้จักลูกค้าด้วย จึงกำเนิด 2 แบรนด์ที่มีจุดขายต่างกัน คือ IT Dix ที่จะเป็น Tech สุดๆ อย่างกล้องติดรถ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น แว่นสามมิติ VR หรือหูฟังแบรนด์ดัง แต่ Fin Gadget จะเป็นของที่ใช้ง่ายกว่า แบบใครๆ ก็ซื้อได้ สาวๆ ดูแล้วไม่งง อย่างที่วางแก้วบนรถ ของใช้ในรถ กระเป๋าใส่มือถือออกกำลังกาย สายชาร์จ หรือแบตเตอรี่เสริม

ทั้ง 2 แบรนด์นี้เปิดมาแล้ว 2 ปี และเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมากๆ แต่ทั้ง IT Dix และ Fin Gadget ก็มีฐานลูกค้าและแบรนด์ที่สตรอง จนวันนี้คุณจ๊อบยืนยันได้ว่า “เราขายสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง” แต่ไม่ใช่แค่ราคาเท่านั้นที่จะสร้างความสำเร็จ คุณจ๊อบได้แชร์ 4 ปัจจัยของความสำเร็จที่เจ้าของธุรกิจต้อง ‘ใส่ใจ’ มาที่ตรงนี้แล้ว

1. ใส่ใจกับเนื้อหา

 

อย่าบอกว่า Broadcast แล้วคน Block มันเพราะเราไม่ใส่ใจกับเนื้อหามากพอต่างหาก อยากได้ยอดขายก็ต้องเสี่ยงมันใช่ แต่ไม่ใช่ส่งรัวๆ ไม่ลืมหูลืมตา แต่ต้องดูว่าเนื้อหาแบบไหนที่โดนใจคนที่มา Follow เรา

แม้ว่าคุณจ๊อบจะรวมลูกค้า 2 กลุ่มไว้ในที่เดียว แต่ทุกครั้งที่ส่ง Broadcast ออกไป ก็จะวิเคราะห์เปรียบเทียบยอดสั่งซื้อกับยอดบล็อกว่าคุ้มแล้วยัง โดยทดสอบทั้งชนิดของสินค้า อาร์ตเวิร์ค คำพูด

จนพบว่าสินค้าที่เข้าถึงทุกคนได้รับผลตอบรับดีกว่าสินค้าที่ไฮเทคเกินไป อย่างที่วางแก้วในรถยนต์ ลำโพงกันน้ำ หรือสาย USB แถมยอดบล็อกก็น้อย จึงเน้นส่งแบบนี้เป็นหลัก และยอด Block ก็ลดลงเรื่อยๆ เหลือเพียง 20 กว่าเปอร์เซ็นเท่านั้น

ข้อดีคือจากที่ลูกค้าบางคนเคยรู้จักแต่ IT Dix ก็ได้รู้จักและสั่งซื้อ Fin gadget ด้วย จึงเป็นการเพิ่มจำนวนคนเข้าทั้ง 2 เว็บไซต์และยอดสั่งซื้อได้ไปในเวลาเดียวกัน

2. ใส่ใจกับการตอบลูกค้า

เมื่อลงทุนและลงแรงเพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเข้ามาบน [email protected] แล้ว แอดมินจะรู้กันว่าต้องตอบกลับภายใน 30 นาที และไม่ได้ตอบเรื่อยเปื่อย แต่ทุกคำตอบต้องพาไปสู่การปิดการขาย โดยคุณจ๊อบเขียนแพทเทิร์นการโต้ตอบที่พบบ่อยไว้หมดแล้ว จนแชทไปกลับเพียง 3 ครั้ง ลูกค้าก็โอนเงินแล้ว

ส่วนในตอนกลางคืนก็จะไม่เงียบหายไปเลย แต่ในช่วงตี 2 ถึง 6 โมงเช้า จะใช้ระบบตอบกลับอัตโนมัติ ลูกค้าก็สามารถสั่งซื้อสินค้าหรือสอบถามคำถามทั่วไปได้ตามปกติ ส่วนคำถามที่ไม่ได้ตั้งค่าไว้ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะถูกลืม เพราะเมื่อเปิดทำการแอดมินก็จะมาตอบทันที

3. ใส่ใจกับความสม่ำเสมอ

Follower จะไม่อยาก Block เพราะรู้ว่ารออะไรอยู่ เมื่อรู้แล้วว่าลูกค้าเราชอบอะไรก็วางตารางคอนเทนต์ที่จะ Broadcast หรือโพสต์บนหน้า Timeline เลย โดยประเภทของคอนเทนต์จะมีโปรโมชั่นสุดพีคสัปดาห์ละ 2 ครั้ว อัพเดทสินค้าใหม่ประจำสัปดาห์ และมีริวิวสินค้าที่ใช้ยากหรือต้องสอนบ้าง

ส่วนหน้า Timeline ก็ไม่ปล่อยให้โล่ง แต่ใช้ให้เป็นแคตตาล็อคสินค้า โดยจะโพสต์ทั้งของ IT Dix และ Fin Gadget สลับกัน วันเว้นวัน โดยโพสต์วันละ 2 โพสต์ ลูกค้าที่ไม่รู้จักอีกเว็บไซต์ก็จะได้เห็นสินค้าด้วย เรียกว่าเป็นการเพิ่มยอดขายทางอ้อมที่น่าสนใจจริงๆ

[email protected] เหมือนเสกยอดขายได้
ตั้งแต่ใช้ [email protected]
ยอดขายเพิ่มขึ้น 200%
เรียกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆ

–คุณจ๊อบ คุณธนดล พิทยานุวัฒน์

4. ใส่ใจกับแคมเปญ

รู้จักลูกค้าด้วยการวิเคราะห์ทุกข้อความที่ส่งออกไป ใส่ใจกับความถี่ของคอนเทนต์ที่ส่ง และสุดท้ายมาต่อยอดเป็นแคมเปญเพื่อให้ยอดขายพุ่งขึ้นไปอีก โดยคุณจ๊อบจะมีดีลเด็ดทุกวันพุธและศุกร์  คือ แคมเปญ WOW Wednesday Sales และ Friday Special ลดแหลกทุกวันศุกร์

เรียกว่าเป็น 2 วันที่ Follower ทุกคนจะรอคอย และแอดมินก็รอตอบแชทได้เลย เพราะทุกครั้งที่ Broadcast จะยอดสั่งซื้อกว่า 200 ออเดอร์ทันที จนคุณจ๊อบต้องบอกว่า “[email protected] เหมือน เสกยอดขายได้ คือมันได้แน่นอน” ตั้งแต่ใช้ [email protected] ยอดขายเพิ่มขึ้น 200% เรียกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆ

Popular Posts

  • ไขเคล็ดลับความสำเร็จรสแซ่บของ เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery

    ไขเคล็ดลับความส... คนเมืองคงเข้าใจชีวิตที่ต้องฟันฝ่าทั้งรถติดและคนหนาแน่น...
  • คอนเทนต์ติดเทรนด์ คนบล็อกก็น้อย ยอดขายตามมาเอง

    คอนเทนต์ติดเทรน... ทัวร์ไฟไหม้ ติดหูพร้อมบอกความเป็นตัวตนตั้งแต่ชื่อธุรกิจ...
  • Pullman Bangkok Grande Sukhumvit

    Pullman Bangkok... ถ้าพูดถึงโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง ก็คงไม่มีใครไม่รู...

Hamburger Studio เสิร์ฟแฟชั่นไอเท็มสุดชิคและเพิ่มยอดขายด้วย [email protected]


ธุรกิจที่เริ่มต้นด้วยความรักมักไปได้ไกลเสมอ ก็เหมือนกับร้านเสื้อผ้าแฟชั่นอย่าง Hamburger Studio ที่เริ่มจากความสุขในการแต่งตัวของคุณวนิดา ประภารัตน์ หรือคุณยิ้ม ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Hamburger Studio เริ่มต้นจากร้านเสื้อผ้าเล็กๆ ที่แพลตตินัมเมื่อ 6 ปีก่อน แต่ในยุคที่ใครๆ ก็ขาย เสื้อผ้า ทําให้คุณยิ้มให้ความสําคัญกับการสร้างแบรนด์ โดยเน้นสร้างคาแร็กเตอร์ให้แบรนด์และ ถ่ายทอดออกมาผ่านภาพแฟชั่นเซ็ตซึ่งจะเป็นแนว Street Elegance จึงถูกอกถูกใจสาวๆที่รักการ แต่งตัว และชอบ Mix & Match เป็นอย่างมาก

นําเทรนด์แฟชั่น แต่ต้องตามเทรนด์ผู้บริโภค

ในช่วง 2 ปีหลัง Hamburger Studio เล็งเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคที่เข้าสู่โลก ออนไลน์มากขึ้น จึงเริ่มทําการตลาดออนไลน์รวมถึง [email protected] ด้วย ข้อดีก็คือเราสามารถเข้าถึงกลุ่ม เป้าหมายได้ดีกว่าการมีแค่หน้าร้าน ที่เราไม่สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ กลยุทธ์บนโลก ออนไลน์คือเน้นการโพสต์รูปภาพที่เป็นสไตล์ บอกเล่าความเป็นแบรนด์ ทําให้คนดูรับรู้ว่าผู้หญิง แฮมเบอร์เกอร์แต่งตัวเป็น มีสไตล์ เพราะเราเชื่อว่าแต่งตัวเป็นไม่จําเป็นต้องแพงก็ดูดีได้ ซึ่งหลัง จากเข้าสู่โลกออนไลน์แล้วต้องยอมรับว่าตลาดโตขึ้น จากเดิมที่ขายแค่แพลตตินัม ตอนนี้ช่อง ทางการขายเพิ่มขึ้น พร้อมกับยอดขายที่โตขึ้นเกือบ 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน

เคล็ดลับความสําเร็จบน [email protected]

ไม่ว่าจะโปรโมทผ่านช่องทางไหนก็จะมาปิดการขายบน [email protected] ซึ่งข้อดีก็คือเราสามารถ

Broadcast ภาพเซ็ตแฟชั่น
ไปให้ Follower
ซึ่งเป็นคนที่สนใจสินค้าเรา 100%
เป็นเหมือนการทำ Remarketing
แบบไม่ต้องจ่ายแพง

เพราะทุกครั้งที่ ส่งเหมือนเป็นการกระตุ้น วันก่อนเค้าอาจจะไม่อยากได้ แต่วันนี้อาจจะอยากได้แล้ว ภาพที่ส่งไปก็ ต้องให้ความสําคัญ ถ้าภาพตรงใจก็จะมีคนตอบกลับมาเยอะ เชื่อไหมว่าลูกค้าตอบกลับทันทีกว่า 100 ข้อความ และส่วนใหญ่ก็ซื้อสินค้าจริงๆ ทําให้ยอดขายในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเดือน ละประมาณ 10-15% ซึ่งจากยอดขายทั้งหมดนั้นมาจาก [email protected] สูงถึง 88%

เรื่องการตอบ LINE ก็สําคัญ ข้อดีคือ [email protected] เพิ่มแอดมินได้ ทางร้านก็จะเพิ่มทั้งคนมาช่วยตอบ พร้อมทั้งเจ้าของก็สามารถเป็นหนึ่งในแอดมินเพื่อคอยตรวจตราได้อีกทีด้วย เคล็ดลับง่ายๆ ของเรา เลยก็คือต้องตอบลูกค้าให้ไวและตอบลูกค้าให้ดี บริการดีเยี่ยมต้องมาก่อนเลย การพูดคุยช่วย สร้างความประทับใจให้ทั้งลูกค้าและคนขายอย่างเราด้วย เช่นมีตอนหนึ่งลูกค้าตามหาชุดที่เค้าหา ภาพไม่ได้ เค้าเลยวาดภาพส่งมาแทน แอดมินของเราก็ช่วยหาจนได้พร้อมมอบส่วนลดพิเศษให้ ทันทีเพื่อแลกกับรอยยิ้มของทีมงาน เรียกว่าเคสนี้แฮปปี้ทั้งคนซื้อและคนขายเลย

เพิ่ม Follower ไม่ยากอย่างที่คิด

แม้ว่าใครๆ จะเน้นโปรโมชั่น แต่ Hamburger Studio ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะไม่อยากให้ลูกค้ารอแต่ โปรฯ เราอยากให้ลูกค้ามี Loyalty กับเรามากกว่า แต่ในช่วงแรกที่สร้าง [email protected] ก็มีโปรฯ ลดเบาๆ อย่าง Black Friday เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาติดตาม [email protected] แต่ในภายหลังลูกค้าก็ทยอยเข้ามาเอง จากการที่ลูกค้าหาซื้อของ เช่น บางทีไปหน้าร้าน แต่ของหมด ก็จะมาสั่งซื้อออนไลน์แทน หน้าร้าน ก็จะติด QR Code ให้แอด [email protected] ได้เลยง่ายๆ อีกหนึ่งวิธีที่ทําให้ลูกค้าติดใจกับการติดตาม [email protected] ก็คือโปรโมชั่นที่มีแต่บน [email protected] เท่านั้น เช่น Boxing Day หรือ ฉลอง 2 แสนไลค์ เป็นต้น

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนขายสินค้าแฟชั่นหรือเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวจริง วันนี้คุณไม่ติดตาม [email protected] ของ Hamburger Studio คงไม่ได้แล้ว เปิด LINE แชท ขึ้นมาแล้วเพิ่มเพื่อน @hamburgerstudio กัน เลย อย่าลืมว่าแอด [email protected] ทุกครั้ง

Popular Posts

  • ไขเคล็ดลับความสำเร็จรสแซ่บของ เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery

    ไขเคล็ดลับความส... คนเมืองคงเข้าใจชีวิตที่ต้องฟันฝ่าทั้งรถติดและคนหนาแน่น...
  • คอนเทนต์ติดเทรนด์ คนบล็อกก็น้อย ยอดขายตามมาเอง

    คอนเทนต์ติดเทรน... ทัวร์ไฟไหม้ ติดหูพร้อมบอกความเป็นตัวตนตั้งแต่ชื่อธุรกิจ...
  • Pullman Bangkok Grande Sukhumvit

    Pullman Bangkok... ถ้าพูดถึงโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง ก็คงไม่มีใครไม่รู...

I’m Park ใช้ [email protected] ได้โดนใจทั้งร้านค้าและลูกค้า


คอมมูนิตี้มอลล์น้องใหม่ใจกลางสามย่านที่ถูกอกถูกใจทั้งนิสิตและผู้ปกครอง ที่มักจะมาเดินเล่นที่นี่ในยามว่าง โดยครบครันทั้งร้านอาหารนานาชาติ ร้านทำผม บริการนวด ธนาคาร Co-working Space ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง หรือแม้แต่ฟิตเนสก็มีเช่นกัน แต่ถ้าพูดถึงสัดส่วนแล้วจะเน้นไปที่ร้านอาหาร เพราะ I’m Park เป็นที่นิยมสำหรับเวลาอาหารเย็นของนิสิตจุฬาฯ หรือผู้ปกครองที่เพิ่งรับลูกหลานจากสาธิตจุฬาฯ เป็นต้น นอกจากนี้แล้วก็ยังมีอีเว้นต์พิเศษต่าง ๆ อย่าง งานหนังสือ งานประกวด หรือ Food Truck เป็นต้น

สื่อดิจิทัลที่แตกต่าง

เนื่องจากเพิ่งเปิดมาเพียงเวลา 1 ปีเศษ การสร้างการรับรู้ หรือ Brand Awareness จึงยังเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งคุณเจษฎา แย้มบรรจง และคุณณัฐกฤตา เลิศปัญญาโรจน์ ผู้ดูแลด้านการตลาดเล็งเห็นว่าการมีสื่อออนไลน์ที่ครอบคลุมเป็นเรื่องสำคัญ จึงใช้ทั้งอีเมล โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และ[email protected] โดยจะโพสต์ข้อมูลที่ต่างกัน สำหรับโซเชียลมีเดียนั้นจะเน้นแชร์โปรโมชั่นดี ๆ ของร้านค้า แต่ [email protected] จะเป็นโปรโมชั่นพิเศษประจำเดือนที่ทาง I’m Park ตกลงกับร้านค้าไว้ และจะมีแอดมิน 1 คนสำหรับตอบคำถามแบบแชต 1 ต่อ 1 โดยจะไม่ใช้ Auto-reply เพราะมองว่าการปฏิสัมพันธ์ทำให้ปิดการขายได้มากกว่า แถมยังได้รู้จักลูกค้ามากขึ้นด้วย

เมื่อเทียบกับโซเชียลมีเดียอื่น ๆ แล้ว
ถือว่า  [email protected]  มี  Engagement  สูงสุด
โดยเฉพาะหลัง  Broadcast  Message
ซึ่งจะมี   Response   Rate   สูงถึง 25%

แต่ตัวเลขนี้ก็ยังไม่น่าปลื้มเท่าการที่ร้านค้ามาขอต่อโปรโมชั่นเพราะยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บางร้านเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยร้านค้าจดแคมเปญโค้ดจาก [email protected] ไว้จึงรู้ว่าจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากช่องทางใด สำหรับลูกค้าเองก็ชอบเพราะโปรโมชั่นผ่าน [email protected] เพราะจะพิเศษจริง ๆ และจะส่งเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ข้อความ และทุกต้นเดือนยังมีการแจกคูปองแบบ Lucky Draw ให้ได้ลุ้นกันอีกด้วย
581f2ed2
กิจกรรมเพิ่มผู้ติดตาม

ที่ I’m Park จะเน้นผู้ติดตามแบบออร์แกนิกเท่านั้น กลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่เดินผ่านศูนย์การค้าจึงใช้สื่อภายในศูนย์ฯ และในบริเวณใกล้เคียงเป็นหลักตั้งแต่ขนาดเล็กอย่างป้ายตั้งโต๊ะ ไปจนถึงป้ายแขวนหน้าศูนย์ แถมยังมีรถรับส่งที่ติดป้าย [email protected] เพื่อให้ผู้คนในละแวกนั้นได้รู้จักทั้ง I’m Park และ [email protected] ด้วย แต่คนที่มีส่วนช่วยมากที่สุดคงเป็นเจ้าหน้าที่ตรง Information ซึ่งจะเป็นจุดที่ลูกค้าต้องมาแสตมป์บัตรจอดรถหรือสอบถามข้อมูล เจ้าหน้าที่ก็จะเชียร์ให้ติดตาม [email protected] เพราะลูกค้าจะได้รับคูปองเพื่อรับสิทธิพิเศษดี ๆ โดยทันที เพียงเท่านี้ก็ได้ผู้ติดตามเพิ่มวันละประมาณ 70 ท่านแล้ว ซึ่งเป็นผู้ที่มีแนวโน้มจะมาใช้จริงทั้งนั้น

Popular Posts

  • ไขเคล็ดลับความสำเร็จรสแซ่บของ เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery

    ไขเคล็ดลับความส... คนเมืองคงเข้าใจชีวิตที่ต้องฟันฝ่าทั้งรถติดและคนหนาแน่น...
  • คอนเทนต์ติดเทรนด์ คนบล็อกก็น้อย ยอดขายตามมาเอง

    คอนเทนต์ติดเทรน... ทัวร์ไฟไหม้ ติดหูพร้อมบอกความเป็นตัวตนตั้งแต่ชื่อธุรกิจ...
  • Pullman Bangkok Grande Sukhumvit

    Pullman Bangkok... ถ้าพูดถึงโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง ก็คงไม่มีใครไม่รู...

Celebrity Brandname ปิดการขายทันใจด้วย [email protected]

หนุ่มสาวที่หลงรักแบรนด์เนมคงไม่พลาดที่จะรู้จักร้านขายแบรนด์เนมมือสองอย่าง Celebrity Brandname ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากออนไลน์และขายดิบขายดีจนปัจจุบันมีหน้าร้านแล้วที่สยาม แต่การขายก็ยังเน้นออนไลน์เป็นหลักอยู่ โดยมีแบรนด์ดังอย่าง Hermes, Chanel, และ Louis Vuitton ให้ได้เลือกช้อปกัน

จาก LINE แชท สู่ [email protected]

คุณเจน กุลธิดาลักษณ์ หล่อวัฒนศิริกุล ผู้ก่อตั้ง Celebrity Brandname ก็เหมือนกับคนขายของออนไลน์คนอื่นๆ ที่เริ่มต้นเล็กๆ ทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งถ่ายรูป ทั้งโพสต์ และตอบแชท แน่นอนว่าทุกสื่อล้วนสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือการปิดการขายด้วย LINE เพราะความจริงใจและใส่ใจในคุณภาพทำให้ Celebrity Brandname ก้าวไปได้ไกลมากจน LINE แชทที่ออกแบบมาเพื่อการใช้แบบบุคคลไม่สามารถรองรับไหว เพราะรับเพื่อนได้เพียง 5,000 คน และไม่สามารถเพิ่มแอดมินได้

ในตอนนั้นคุณเจนต้องพกมือถือถึง 5 เครื่อง เพื่อตอบ LINE แล้วก็เริ่มมีทีมงามช่วยตอบด้วย ซึ่งก็ลำบากเพราะคุณเจนไม่ทราบเลยว่าทีมงานตอบอะไรไปบ้าง บางทีให้เลขบัญชีส่วนบุคคลไปก็มี และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นของ Celebrity Brandname กับ [email protected] ซึ่งทำให้การบริหารธุรกิจของคุณเจนง่ายขึ้น เพราะมีเพียงมือถือเครื่องเดียวก็พอ แล้วยังสามารถเพิ่มแอดมินให้มาช่วยตอบได้ คุณเจนเองก็สามารถเห็นข้อความทั้งหมดด้วย จึงสามารถป้องกันการทุจริตได้ 100%

สื่อเดียวที่ลูกค้าตอบกลับในชั่วพริบตา

ตื่นเช้ามาลูกค้าก็เช็ก LINE ก่อน ถ้าเห็นการแจ้งเตือนของหลายๆ แอพฯ ลูกค้าก็เลือกที่จะเปิด LINE ก่อน ที่ทำให้คุณเจน ยิ่งมั่นใจกว่าเดิมก็คือฟีเจอร์ [email protected] ที่สามารถยิง Broadcast Message ไปหา Follower ได้ ผลก็คือลูกค้าพิมพ์ CF กลับมาแบบทันตาเลย เรียกว่า

ส่งอะไรไปก็ขายได้ทั้งหมด
เพราะคนที่มา   Follow   เรา
ล้วนเป็นลูกค้า
ที่สนใจสินค้าแบรนด์เนมทั้งนั้น

คุณเจน    กุลธิดาลักษณ์    หล่อวัฒนศิริกุล    ผู้ก่อตั้ง    Celebrity    Brandname

โดยการเพิ่ม Follower เปรียบเหมือนการคัดคนที่สนใจมาแล้ว และการส่ง Broadcast ก็เหมือนการโฆษณาที่ดูไปเรื่อยๆ ก็จะอยากได้เอง ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าอาจจะแอดมาเพราะอยากได้กระเป๋าสตางค์ ซึ่งแน่นอนว่าเค้าเป็นคนที่ชอบแบรนด์เนมอยู่แล้วถึงได้มา Follow Celebrity Brandname พอเรายิง Broadcast กระเป๋าถือบ้าง ผ้าพันคอบ้าง สักวันก็ขายได้เอง


จริงๆ แล้วทุกสื่อก็ช่วยเพิ่มยอดขายได้ทั้งนั้น แต่มีเพียง [email protected] เท่านั้นที่สามารถปิดการขายได้ทันที ในขณะที่สื่ออื่นๆ ต้องรอแล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าที่โพสต์ไปลูกค้าเห็นหรือไม่ มีเพียงการ Broadcast จาก [email protected] เท่านั้นที่มั่นใจได้ว่าลูกค้าเห็นแน่นอนทุกคน ผลลัพธ์ที่ได้จากการโต้ตอบที่ฉับไวทำให้ Celebrity Brandname เพิ่มยอดขายได้ถึง 300 ล้าน หรือเพิ่มขึ้นจากเดิม 3 เท่า หลักๆ คุณเจนมองว่ามาจากภาพ Rich Message ที่ใหญ่และสวย เหมาะกับการโชว์สินค้า พอลูกค้าทักมาก็มีแอดมินรองรับคอยตอบ โดยจะไม่ปล่อยให้เค้าหลุดมือไป 9 ใน 10 ที่ทักกลับมาจึงซื้อสินค้าจริงๆ โดยลูกค้าไม่ได้มีเพียงในไทยเท่านั้น แต่ยังมีในลาวด้วย เรียกว่าก้าวไกลต้อนรับ AEC เลยทีเดียว

เคล็ดลับเพิ่ม Follower

แม้จะเริ่มใช้ [email protected] มาเพียง 9 เดือน แต่ Celebrity Brandname ก็สามารถเพิ่ม Follower ได้ถึง 2 หมื่นกว่าคน แคมเปญแรกที่ช่วยเพิ่ม Follower ก็คือลุ้นรับต่างหู Chanel ซึ่งช่วยเพิ่ม Follower ได้ 1,280 คนภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็จะเป็นลักษณะของสิทธิพิเศษ เช่น โปรฯ ผ่อน 0% สำหรับลูกค้าบน [email protected] เท่านั้น สินค้าใหม่ๆ ก็จะลงทาง [email protected] ก่อนเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้ยอด Follower เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ก็ยังมีโปสเตอร์ [email protected] ตั้งไว้ที่หน้าร้านอีกด้วย

ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ช้อปลุค High End และไม่อยากพลาดแบรนด์เนมสวยๆ อย่าลืมเปิด LINE ขึ้นมาแล้ว @celebrity1 เลย แอด [email protected] ทุกครั้งใส่ @ ด้านหน้าด้วยน้า

Popular Posts

  • ไขเคล็ดลับความสำเร็จรสแซ่บของ เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery

    ไขเคล็ดลับความส... คนเมืองคงเข้าใจชีวิตที่ต้องฟันฝ่าทั้งรถติดและคนหนาแน่น...
  • คอนเทนต์ติดเทรนด์ คนบล็อกก็น้อย ยอดขายตามมาเอง

    คอนเทนต์ติดเทรน... ทัวร์ไฟไหม้ ติดหูพร้อมบอกความเป็นตัวตนตั้งแต่ชื่อธุรกิจ...
  • Pullman Bangkok Grande Sukhumvit

    Pullman Bangkok... ถ้าพูดถึงโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง ก็คงไม่มีใครไม่รู...

“งบน้อยต่อยหนัก” 4 เคล็ดลับจากแม่ค้าวัยใส เจ้าของร้านรองเท้าออนไลน์เงินล้าน

สำหรับคนอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ติดตรงที่ไม่มีเงินลงทุน ตั้งใจอ่านบทความนี้ให้ดี เพราะนี่คือธุรกิจร้านรองเท้าออนไลน์ที่เริ่มต้นด้วยเงินลงทุน 0 บาท ก่อตั้งโดยนักศึกษาปี 1 ที่อยากหาอะไรทำในช่วงปิดเทอม ปัจจุบันมียอดขาย 600 – 1,000 คู่ ต่อเดือน

ร้านรองเท้าออนไลน์แห่งนี้มีชื่อว่า TIPTOESHOP เจ้าของธุรกิจคือ “น้องเฟิร์น” ลลิตา พิริยมานันท์ ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร

เหตุผลของการสร้างธุรกิจนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่า “หาอะไรทำเล่นๆ” แต่เกือบ 3 ปีผ่านไป TIPTOESHOP กลายเป็นธุรกิจที่ช่วยให้เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งพึ่งพาตัวเองได้ และมีเงินทุนไปต่อยอดอนาคต

ความสำเร็จเล็กๆ ของ TIPTOESHOP เกิดขึ้นได้ด้วยต้นทุนการทำตลาด 0 บาท มาติดตามเคล็ดลับทั้ง 4 ข้อจากน้องเฟิร์นไปพร้อมๆ กันได้ที่นี่เลย

1. สะสมกำไรจากธุรกิจที่ไม่ต้องใช้ต้นทุน

จุดเริ่มต้นของ TIPTOESHOP คือธุรกิจรับพรีออเดอร์รองเท้าที่เปิดให้บริการใน LINE Shop ช่องทางการขายที่เพิ่งเริ่มเปิดให้บริการในเวลานั้น เท่ากับว่าต้นทุนด้านสินค้าคือ 0 บาท และต้นทุนสำหรับทำการตลาดก็คือ 0 บาท เพราะโปรโมทร้านด้วยฟังก์ชั่นของ LINE Shop ที่ไม่คิดค่าบริการ

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะมีหน้าร้านออนไลน์ที่เปิดให้เข้ามาใช้ฟรีเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่ต้องลงทุนก็คือ “เวลา” เพราะ ต้องเรียนรู้วิธีทำการตลาดในช่องทางนั้นๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถทำกำไรสะสมต่อเนื่อง

ในกรณีของ TIPTOESHOP ใช้เวลา 1 ปี ขายแบบพรีออเดอร์บนช่องทางที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อได้กำไรมากพอ จึงเริ่มเปลี่ยนมาเป็นการขายแบบพร้อมส่ง

สำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหาวิธีทำธุรกิจแบบไม่มีต้นทุนในลักษณะนี้ อาจจะต้องศึกษาวิธีพรีออเดอร์สินค้าจากต่างประเทศเข้ามาขาย โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งในปัจจุบันก็มีสินค้าหลายๆ แบบให้เลือกพรีออเดอร์ ไม่ได้มีแค่สินค้าแฟชั่น

LINE@ success story

2. เพิ่มช่องทางการขาย และจำนวน Follower บนโซเชียลมีเดีย

ข้อดีของการทำธุรกิจออนไลน์ก็คือ มีช่องทางการขายให้เลือกใช้มากมายโดยไม่ต้องจ่ายหนัก โอกาสที่คนจะเห็นสินค้าของเราก็มีมากขึ้น ในกรณีของ TIPTOESHOP แม้จะเริ่มต้นจาก LINE Shop แต่ในเวลาต่อมาก็ขยับขยายไปใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางการขายด้วย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า การทำตลาดสำหรับแต่ละช่องทางจะแตกต่างกันออกไป

นอกจากโซเชียลมีเดียแล้ว
เครื่องมือที่น้องเฟิร์นแนะนำว่า
ทุกธุรกิจควรใช้ก็คือ [email protected]
เพราะสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง

ทุกครั้งที่ยิงโปรโมชั่นผ่านการ Broadcast โอกาสที่จะปิดการขายก็มีมากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่จะลืมไปไม่ได้ก็คือ ต้องหาทางเพิ่มจำนวน Follower ใน [email protected]

เคล็ดลับในการเพิ่มจำนวน Follower ของ TIPTOESHOP ก็คือ การทำให้ [email protected] เป็นช่องทางสำหรับโปรโมชั่นที่พิเศษจริงๆ เพื่อให้ลูกค้าเห็นประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับ และลดโอกาสที่จะถูกบล็อก รวมทั้งลงรูปสินค้าสวยๆ บนไทม์ไลน์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ภาพรวมของ TIPTOESHOP ดูแอ็คทีฟอยู่ตลอดเวลาบน [email protected]

การเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ ยิ่งมากก็ยิ่งดี และต้นทุนก็ยังต่ำมาก ถ้าเทียบกับการเปิดร้านและขยายสาขา แต่สิ่งสำคัญก็คือ หน้าตาของธุรกิจในแต่ละช่องทางจะต้องเชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมีวิธีทำการตลาดสำหรับแต่ละช่องทางอย่างเฉพาะเจาะจง

3. ให้เน็ตไอดอลช่วยโปรโมทสินค้า โดยไม่ต้องใช้เงิน

น้องเฟิร์นเล่าว่า เธอมักจะอัปเดตตัวเองอยู่เสมอว่าในตอนนี้ “ใคร” ได้รับความสนใจของคนในโลกออนไลน์ ซึ่งก็จะเน้นไปที่ผู้หญิงวัยรุ่น เพราะเป็นตัวแทนของคนที่ใช้สินค้าของ TIPTOESHOP ได้จริง

จากประสบการณ์ส่วนตัวของน้องเฟิร์น เธอบอกว่า การใช้เน็ตไอดอลช่วยโปรโมทสินค้า อาจไม่จำเป็นต้องจ้างด้วยเงินเสมอไป เพราะเธอจะเริ่มจากการเข้าไปพูดคุยเพื่อส่งรองเท้าไปให้ใส่แบบฟรีๆ แลกกับการให้ลงรูปและแท็กชื่อร้าน

เคล็ดลับส่วนตัวของน้องเฟิร์นก็คือ ทำให้การพูดคุยกับเน็ตไอดอลดูเป็นธุรกิจน้อยที่สุด เพราะทำให้คุยกันง่ายขึ้น และยั่งยืนมากขึ้น

การใช้เน็ตไอดอลมาช่วยโปรโมทจะได้ผลมาก โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น บ่อยครั้งที่มีการแท็กกลับมาที่แอคเคาท์ TIPTOESHOP ก็จะผ่านสายตาของคนจำนวนมาก และมีจำนวน Follower เพิ่มมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องเสียเงินโฆษณาแม้แต่บาทเดียว

อย่างไรก็ตาม กรณีแบบนี้จะเวิร์คก็ต่อเมื่อเน็ตไอดอลเหล่านั้นมีความชื่นชอบในตัวสินค้า หรือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของธุรกิจนั่นเอง

4. โปรโมทด้วยรีวิวจากผู้ใช้งานจริง

จากประสบการณ์ขายรองเท้าออนไลน์เกือบ 3 ปี น้องเฟิร์นเห็นว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดคือ ความจริงของสินค้า ซึ่งคำว่า “จริง” ในที่นี้ก็คือ ภาพการใช้งานสินค้าจริงๆ จากลูกค้าคนอื่นๆ ไม่ใช่รูปที่ร้านถ่ายเองเพื่อโปรโมท สินค้า

เหตุผลก็คือ มันทำให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เมื่อเห็นการใช้งานจริงก็จะเห็นภาพว่าเหมาะกับสไตล์ของตัวเองหรือไม่ โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น ที่ต้องอาศัยการมิกซ์แอนด์แมชต์เพื่อความสวยงาม

สิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการรีวิวสินค้าจากลูกค้าตัวจริงก็คือ การแจกส่วนลดสำหรับการซื้อครั้งต่อไป แลกกับการรีวิวสินค้า ซึ่งในกรณีของ TIPTOESHOP จะแจกส่วนลด 5% โดยไม่ลืมที่จะใช้ฟีเจอร์ Rewards Cards หรือบัตรสะสมแต้มใน [email protected] เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ

โดยปกติแล้ว น้องเฟิร์นจะใช้ [email protected] แชทไปหาลูกค้า เพื่อสอบถามความพึงพอใจ และขอให้ถ่ายรูปเพื่อรีวิวสินค้า แลกกับการให้ส่วนลด 5% สำหรับการซื้อครั้งต่อไป ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เงินมากมาย แต่เงื่อนไขก็ง่ายมากซะจนไม่อาจปฏิเสธ

นอกจากนี้ การพูดคุยผ่าน [email protected] เพื่อขอฟีดแบ็คจากลูกค้า ยังเป็นการแสดงความใส่ใจในบริการ สร้างความรู้สึกดีๆ กับลูกค้า และช่วยเพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำอีกด้วย

ส่วนลดแค่ 5% แลกกับโอกาสในการได้ลูกค้าใหม่ และร้านได้รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมาโปรโมทต่อ ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับธุรกิจงบน้อยแต่อยากต่อยหนัก

จากเคล็ดลับทั้ง 4 ข้อที่ว่ามา จะเห็นว่าหลักๆ แล้วก็คือมองหากลุ่มลูกค้าที่แท้จริงของธุรกิจให้เจอ และหาช่องทางเข้าถึงคนกลุ่มนั้นด้วยวิธีที่รวดเร็วที่สุด โดยไม่ลืมที่จะทำให้พวกเขาอยู่กับธุรกิจของเราไปนานๆ

ไม่ว่าจะเป็นการใช้กลุ่มบุคคลที่กลุ่มเป้าหมายใช้เป็นต้นแบบมาช่วยโปรโมท เพื่อให้กลุ่มคนที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าได้รู้จักร้านของเรา รวมไปถึงการใช้ [email protected] เพื่อบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยเติมความครบเครื่องให้แผนการตลาด ด้วยต้นทุนต่ำกว่าที่คิด

Popular Posts

  • ไขเคล็ดลับความสำเร็จรสแซ่บของ เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery

    ไขเคล็ดลับความส... คนเมืองคงเข้าใจชีวิตที่ต้องฟันฝ่าทั้งรถติดและคนหนาแน่น...
  • คอนเทนต์ติดเทรนด์ คนบล็อกก็น้อย ยอดขายตามมาเอง

    คอนเทนต์ติดเทรน... ทัวร์ไฟไหม้ ติดหูพร้อมบอกความเป็นตัวตนตั้งแต่ชื่อธุรกิจ...
  • Pullman Bangkok Grande Sukhumvit

    Pullman Bangkok... ถ้าพูดถึงโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง ก็คงไม่มีใครไม่รู...
Scroll Up