Success Stories
ร้านค้า

อยู่ยังไงให้รอด ถ้าใครๆ ก็ขาย?

อยู่ยังไงให้รอด ถ้าใครๆ ก็ขาย?

Premium ID : @ITDIX

สาย Tech คงอดใจไม่ไหว พอมีอะไรใหม่ๆ มาก็ต้องรีบอัพเดท คุณธนดล พิทยานุวัฒน์ หรือคุณจ๊อบ ผู้ก่อต้อง IT Dix และ Fin Gadget ก็เป็นอีกคนที่ติดตามเทรนด์ Gadget ล่าสุด

แต่ไม่ได้รู้แค่เทรนด์นะ ยังรู้จักลูกค้าด้วย จึงกำเนิด 2 แบรนด์ที่มีจุดขายต่างกัน คือ IT Dix ที่จะเป็น Tech สุดๆ อย่างกล้องติดรถ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น แว่นสามมิติ VR หรือหูฟังแบรนด์ดัง แต่ Fin Gadget จะเป็นของที่ใช้ง่ายกว่า แบบใครๆ ก็ซื้อได้ สาวๆ ดูแล้วไม่งง อย่างที่วางแก้วบนรถ ของใช้ในรถ กระเป๋าใส่มือถือออกกำลังกาย สายชาร์จ หรือแบตเตอรี่เสริม

ทั้ง 2 แบรนด์นี้เปิดมาแล้ว 2 ปี และเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมากๆ แต่ทั้ง IT Dix และ Fin Gadget ก็มีฐานลูกค้าและแบรนด์ที่สตรอง จนวันนี้คุณจ๊อบยืนยันได้ว่า “เราขายสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง” แต่ไม่ใช่แค่ราคาเท่านั้นที่จะสร้างความสำเร็จ คุณจ๊อบได้แชร์ 4 ปัจจัยของความสำเร็จที่เจ้าของธุรกิจต้อง ‘ใส่ใจ’ มาที่ตรงนี้แล้ว

1. ใส่ใจกับเนื้อหา

LINE@ Success Story

อย่าบอกว่า Broadcast แล้วคน Block มันเพราะเราไม่ใส่ใจกับเนื้อหามากพอต่างหาก อยากได้ยอดขายก็ต้องเสี่ยงมันใช่ แต่ไม่ใช่ส่งรัวๆ ไม่ลืมหูลืมตา แต่ต้องดูว่าเนื้อหาแบบไหนที่โดนใจคนที่มา Follow เรา

แม้ว่าคุณจ๊อบจะรวมลูกค้า 2 กลุ่มไว้ในที่เดียว แต่ทุกครั้งที่ส่ง Broadcast ออกไป ก็จะวิเคราะห์เปรียบเทียบยอดสั่งซื้อกับยอดบล็อกว่าคุ้มแล้วยัง โดยทดสอบทั้งชนิดของสินค้า อาร์ตเวิร์ค คำพูด

จนพบว่าสินค้าที่เข้าถึงทุกคนได้รับผลตอบรับดีกว่าสินค้าที่ไฮเทคเกินไป อย่างที่วางแก้วในรถยนต์ ลำโพงกันน้ำ หรือสาย USB แถมยอดบล็อกก็น้อย จึงเน้นส่งแบบนี้เป็นหลัก และยอด Block ก็ลดลงเรื่อยๆ เหลือเพียง 20 กว่าเปอร์เซ็นเท่านั้น

ข้อดีคือจากที่ลูกค้าบางคนเคยรู้จักแต่ IT Dix ก็ได้รู้จักและสั่งซื้อ Fin gadget ด้วย จึงเป็นการเพิ่มจำนวนคนเข้าทั้ง 2 เว็บไซต์และยอดสั่งซื้อได้ไปในเวลาเดียวกัน

2. ใส่ใจกับการตอบลูกค้า

เมื่อลงทุนและลงแรงเพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเข้ามาบน [email protected] แล้ว แอดมินจะรู้กันว่าต้องตอบกลับภายใน 30 นาที และไม่ได้ตอบเรื่อยเปื่อย แต่ทุกคำตอบต้องพาไปสู่การปิดการขาย โดยคุณจ๊อบเขียนแพทเทิร์นการโต้ตอบที่พบบ่อยไว้หมดแล้ว จนแชทไปกลับเพียง 3 ครั้ง ลูกค้าก็โอนเงินแล้ว

ส่วนในตอนกลางคืนก็จะไม่เงียบหายไปเลย แต่ในช่วงตี 2 ถึง 6 โมงเช้า จะใช้ระบบตอบกลับอัตโนมัติ ลูกค้าก็สามารถสั่งซื้อสินค้าหรือสอบถามคำถามทั่วไปได้ตามปกติ ส่วนคำถามที่ไม่ได้ตั้งค่าไว้ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะถูกลืม เพราะเมื่อเปิดทำการแอดมินก็จะมาตอบทันที

3. ใส่ใจกับความสม่ำเสมอ

Follower จะไม่อยาก Block เพราะรู้ว่ารออะไรอยู่ เมื่อรู้แล้วว่าลูกค้าเราชอบอะไรก็วางตารางคอนเทนต์ที่จะ Broadcast หรือโพสต์บนหน้า Timeline เลย โดยประเภทของคอนเทนต์จะมีโปรโมชั่นสุดพีคสัปดาห์ละ 2 ครั้ว อัพเดทสินค้าใหม่ประจำสัปดาห์ และมีริวิวสินค้าที่ใช้ยากหรือต้องสอนบ้าง

ส่วนหน้า Timeline ก็ไม่ปล่อยให้โล่ง แต่ใช้ให้เป็นแคตตาล็อคสินค้า โดยจะโพสต์ทั้งของ IT Dix และ Fin Gadget สลับกัน วันเว้นวัน โดยโพสต์วันละ 2 โพสต์ ลูกค้าที่ไม่รู้จักอีกเว็บไซต์ก็จะได้เห็นสินค้าด้วย เรียกว่าเป็นการเพิ่มยอดขายทางอ้อมที่น่าสนใจจริงๆ

[email protected] เหมือนเสกยอดขายได้
ตั้งแต่ใช้ [email protected]
ยอดขายเพิ่มขึ้น 200%
เรียกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆ

—คุณจ๊อบ คุณธนดล พิทยานุวัฒน์

4. ใส่ใจกับแคมเปญ

รู้จักลูกค้าด้วยการวิเคราะห์ทุกข้อความที่ส่งออกไป ใส่ใจกับความถี่ของคอนเทนต์ที่ส่ง และสุดท้ายมาต่อยอดเป็นแคมเปญเพื่อให้ยอดขายพุ่งขึ้นไปอีก โดยคุณจ๊อบจะมีดีลเด็ดทุกวันพุธและศุกร์  คือ แคมเปญ WOW Wednesday Sales และ Friday Special ลดแหลกทุกวันศุกร์

เรียกว่าเป็น 2 วันที่ Follower ทุกคนจะรอคอย และแอดมินก็รอตอบแชทได้เลย เพราะทุกครั้งที่ Broadcast จะยอดสั่งซื้อกว่า 200 ออเดอร์ทันที จนคุณจ๊อบต้องบอกว่า “[email protected] เหมือน เสกยอดขายได้ คือมันได้แน่นอน” ตั้งแต่ใช้ [email protected] ยอดขายเพิ่มขึ้น 200% เรียกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆ

By | 2018-11-19T10:54:19+00:00 September 20th, 2017|Success Stories, ร้านค้า|Comments Off on อยู่ยังไงให้รอด ถ้าใครๆ ก็ขาย?

About the Author: